【สัมภาษณ์พิเศษ】เครื่องแบบนิสิต-นักศึกษาและวัฒนธรรมวัยรุ่นไทย






ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีการกำหนดให้มีชุดเครื่องแบบนักเรียน เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ซึ่งเครื่องแบบนักเรียนมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมวัยรุ่นไทย โดยมหาวิทยาลัยในประเทศไทยส่วนใหญ่มีเครื่องแบบนิสิต-นักศึกษาที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน และมีกฎระเบียบการแต่งเครื่องแบบที่เป็นทางการและค่อนข้างเข้มงวดทีเดียว

เครื่องแบบนักเรียนได้ถูกโต้แย้งโดยนักวิชาการหลายต่อหลายท่าน ในแง่ของการแสดงออกทางเพศและการพัฒนาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนักเรียน มีการถกเถียงกันในเรื่องนี้จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาแล้วในหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ที่โรงเรียนบางแห่งอนุญาตให้นักเรียนหญิงสามารถเลือกสวมกางเกงหรือกระโปรงก็ได้



เดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง Pride Month หรือเดือนของความภาคภูมิในของกลุ่มหลากหลายทางเพศ เราจะมาเจาะลึกประสบการณ์ที่มีต่อเครื่องแบบนิสิต-นักศึกษา ของ Drag Performer จากกรุงเทพฯ คุณก็อดแลนด์ (@gawdland) ผู้เคยร่วมแสดงใน MV เพลง “Got Me Started” ของ Troye Sivan ที่จะมาพร้อมกับภาพถ่ายสุด Exclusive สำหรับ TWDC ในธีม “แต่งเครื่องแบบนิสิตอย่าง Drag Performer”

Q1: คุณคิดว่าเครื่องแบบนักนิสิตปิดกั้นหรือข่มความเป็นตัวเองไหมครับ?


สำหรับฉันแล้ว เครื่องแบบนักเรียนปิดกั้นความเป็นตัวฉันเอง 100% เพราะฉันเชื่อว่าทุกคนล้วนแสดงตัวตนของเราออกมาทางการแต่งกาย
ฉันคิดว่าการบังคับให้ทุกคนใส่เครื่องแบบที่เหมือนกัน จะทำให้เสียโอกาสในการค้นหาตัวเองและเรียนรู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบที่จะแต่งตัวยังไง

ทำให้เราไม่รู้ว่าสไตล์ไหนเหมาะกับเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับการถูกบังคับให้แต่งชุดเครื่องแบบในความคิดของฉัน คือ ลัทธิอำนาจนิยม หรือ เผด็จการ การไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะในประเทศที่เหมือนจะเป็นเผด็จการอย่างประเทศไทย ฉันคิดว่าเรากำลังเผชิญปัญหาอยู่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจำเป็นต้องยกเลิกการใส่เครื่องแบบนักเรียนให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันคิดว่าเราต้องการอิสรภาพ




เมื่อพูดถึงแฟชั่น ฉันเชื่อเหลือเกินว่าฉันเป็น non-binary มากๆ (หมายถึงคนที่ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเพศชายหรือเพศหญิง) ปัจจุบันทุกๆ อย่างมักถูกแบ่งให้เป็นเพศชายและเพศหญิง แต่ฉันไม่เชื่อว่าแฟชั่นควรจะเป็นอย่างนั้นด้วย ตราบใดที่เรายังมีกำแพงที่ยังไม่สนับสนุนความหลากหลายในสังคม มันไม่มีทางที่จะดีขึ้นได้แน่ ๆ

Q2: เคยมีประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าเกิดปัญหาเพราะเครื่องแบบนิสิตไหมครับ


มีเหตุการณ์หนึ่งที่อาจารย์บังคับให้พวกเราใส่เครื่องแบบนิสิตในวันสอบ ตอนนั้นเพื่อนและฉันก็ไม่ได้เห็นด้วยในเรื่องนี้ เรารู้สึกว่ามันไร้สาระ เราเลยตัดสินใจที่จะใส่ชุดไปรเวทเพื่อไปสอบ ในอีกแง่เราแค่อยากจะท้าทายกฎที่มีอยู่ก็แค่นั้น สุดท้ายแล้วเราก็ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบได้ แต่ว่าเราก็ถูกหักคะแนนสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งเป็นอะไรที่เศร้ามาก

แต่พวกเราก็โอเค เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เหมือนทำการประท้วงเล็กๆ ต่อกฎของมหาวิทยาลัย และในอนาคตฉันก็หวังว่าพวกเขาจะทบทวนในสิ่งที่พวกเราทำ และกฎระเบียบเหล่านี้จะถูกยกเลิกไปในที่สุด เพราะกฎพวกนี้มันโบราณคร่ำครึเหลือเกิน เราเชื่อว่าได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ แล้วในตอนนั้น


Q3: ได้ยินมาว่านักเรียนไทยบางคน ชอบแต่งเครื่องแบบฯ เพราะจะได้ทำให้คนอื่นรู้ว่ามาจากมหาวิทยาลัยไหน เหมือนเป็นความภาคภูมิใจอะไรทำนองนั้น?


ในสังคมไทย รัฐบาลหรือแม้กระทั่งสังคมเองมักยกย่องชื่อของ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด แต่ก็อย่างว่า มีความไม่เท่าเทียมมากมายเกิดขึ้นในการเข้าถึงการศึกษา สำหรับฉันก็เลยเลือกที่จะถ่อมตัวดีกว่าที่จะไปโอ้อวดมหาวิทยาลัยผ่านเครื่องแบบที่ใส่




สำหรับฉันคือการเป็นนิสิตจุฬาฯ ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นที่จะทำให้ฉันใส่หรือชอบในเครื่องแบบนิสิต เครื่องแบบนิสิตจริงๆ แล้วปิดกั้นความเป็นตัวของตัวเอง การไปมหาวิทยาลัยหรือการไปโรงเรียน คือ การมาเพื่อที่จะเรียนรู้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เชิงวิชาการ แต่เป็นการเรียนรู้บทเรียนชีวิต ไม่ควรมีกำแพงไหนที่จะมาปิดกั้นนักเรียนจากการเรียนรู้อะไรก็ตามในชีวิต และสถานศึกษาควรเป็นสถานที่ๆ เรามาเพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง มาเพื่อสนุกไปกับสิ่งที่เราชอบและต้องการที่จะทำ สุดท้ายแล้วการที่จะสามารถเลือกได้ว่าจะแต่งตัวอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและไม่ควรมีอำนาจไหนมาปิดกั้นได้




TEXT / PHOTO: EIRIN KIYOTA TRANSLATION: NATTHAPHONG KONGSORN

Subscribe to our newsletter and receive our very latest news.

← Back

Thank you for your response. ✨